นิทานธรรมะสอนใจ จุดจบของทอมจอมตะกละ

นิทานธรรมะสอนใจ จุดจบของทอมจอมตะกละ

นิทานธรรมะสอนใจ จุดจบของทอมจอมตะกละ

นิทานธรรมะสอนใจ จุดจบของทอมจอมตะกละ

กาลครั้งหนึ่งนานแสนนานๆมากแล้ว มีเด็กชายคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือ “ทอม” (มันกำพร้า พ่อ แม่ พี่มันทิ้งมันหมด) เขาทำงานเป็นเด็กรับใช้ในพระราชวังอันใหญ่โต ครัวที่นั่นใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 7 สนาม (ไม่ต้องคิดว่าวังของพระราชาจะใหญ่ขนาดไหน!) มีพ่อครัวแม่ครัวจำนวนเกือบ 1000 คน ทอมก็มักจะช่วยแม่ครัวล้างผักผลไม้ แต่สิ่งที่เขาชอบทำคือการได้หยิบเครื่องปรุงและอุปกรณ์ทำครัวต่างๆส่งให้พ่อครัว

“ทอม! ขอซอสพริก…… ทอม! ขอซีอิ๊ว…… ไอ้ทอม! ไปจัดผลไม้แล้วเอาตะหลิวมา…… ไอ้ทอมไป………….. (อีกมากมายนับไม่ถ้วน)”

แต่ทอมก็ไม่เคยปริปากบ่น ต่อมาทอมได้เลื่อนตำแหน่งให้นำอาหารไปถวายพระราชา “ท้าวเจตสิน” ถึงในท้องพระโรง ซึ่งพวกเราก็ทราบกันดีถึงความกว้างใหญ่ของพระราชวัง กว่าทอมจะไปถึงห้องเสวย ก็ต้องผ่านระเบียง 11 แห่ง สวนหย่อม 5 สวน และลานน้ำพุ 10 ลาน

“โอ๊ย! เหนื่อยจังเลย” เขารู้สึกว่ากลิ่นอาหารลอยเตะจมูก ดังนั้นเขาจึงหยิบไส้กรอกที่จะนำไปถวายขึ้นมา “ขอกินหน่อยนะ” ในที่สุดเขาก็กินไส้กรอก ต่อด้วยพิซซ่าหน้าซีฟูด (อาหารอันโอชะของท้าวเจตสิน) จนเกลี้ยง พอมาถึงท้องพระโรง พระราชาก็สงสัย

“เอ๊ะ!!?? ไอ้ของที่เราอยากกินมันหายไปไหนเนี่ย ????” แต่ยังไม่ทันจะทรงเรียกมหาดเล็กมาตรวจ ทอมก็หนีเข้าครัวไปแล้ว

วันต่อมา ทอมก็แอบขโมยข้าวมันไก่ (สูตรไดเอ็ด) ของพระราชินีไปด้วย จริงๆแล้วทอมเริ่มติดนิสัยขโขยของเสวยซะแล้ว ในที่สุดท้าวเจตสินก็ให้หนูตัวหนึ่งชื่อว่าเจ้าหนูจัมไม (ท่านสามารถพูดกับสัตว์ได้) ไปสืบว่าใครเป็นคนกินของเสวยไป พอเจ้าหนูจัมไมรู้ว่าทอมเป็นคนกินของเสวยของพระราชา ก็เลยแอบนำพริก 9-10 เม็ด ใส่ลงขนมเค้กที่จะถวายเจ้าชายองค์น้อย พอทอมแวะพักที่ลานน้ำพุ ก็กินขนมเค้กเข้าไป

“งั่มๆๆ… (เงียบชั่วอึดใจ) อ๊าก !!!! ทำไมขนมเค้กถึงเผ็ดอย่างเง้ !!!! ” เมื่อเจอของเผ็ดเข้าไปทอมก็ทนไม่ได้ จึงไปกินน้ำพุ แล้วซุ่มซ่ามตกน้ำพุ

“ช่วยผมด้วย !!!! ผมจะจมน้ำตายอยู่แล้ว !!!!” เสียงร้องตอนใกล้ตายของมนุษย์ มักจะดังข้ามวังเลยทีเดียว พระราชาเจตสินจึงรีบมาช่วยทอม เด็กชายร้องไห้ฮือๆ และสารภาพว่าเขาเป็นคนขโมยของเสวยไปกินเอง

“นี่ไง เห็นมั้ย เพราะเจ้าไม่ซื่อสัตย์จึงทำให้เจ้าต้องเจ็บตัว ต่อไปคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกนะ”

ทอมได้รับการอภัยโทษแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยคิดขโมยหรือแตะต้องสิ่งใดที่ไม่ใช่ของตนเองอีกเลย ในที่สุดเขาก็มีตำแหน่งเป็นพ่อครัวใหญ่ และได้รับการยกย่องว่า “ผู้ที่ซื่อสัตย์ที่สุด” ตลอดไป

 

ที่มา http://nitan-story.blogspot.com/2008/08/blog-post.html